นิรภัยนิรโศก นิรโรควรผล
ทุมนัสบ่มิดล ทุรกรรมบ่มิกราย
วันพุธที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2552
วันอาทิตย์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2552
ความสัมพันธ์ของกลุ่มสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ
สิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศต่างๆ จะมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันทั้งสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกันและต่างชนิดกันกัน โดยรูปแบบของความสัมพันธ์มีได้หลายลักษณะ ดังนี้
1. Protocooperation เป็นการอยู่ร่วมกันของสิ่งมีชีวิต 2 ชนิด ที่ได้ประโยชน์กันทั้งสองฝ่าย แต่ไม่จำเป็นต้องอยู่ร่วมกัน เสมอไป ถึงแม้จะแยกกันอยู่ ก็สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ตามปกติ เช่นแมลงกับดอกไม้ , นกเอี้ยงกับควาย , ปูเสฉวนกับซีแอนนีโมนี, มดดำกับเพลี้ยแป้ง
2. Mutualism เป็นการอยู่ร่วมกันของสิ่งมีชีวิต 2 ชนิด ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้รับประโยชน์ ซึ่งกันและกันและจำเป็นต้องอยู่ด้วยกัน ตลอดไป ถ้าแยกกันอยู่จะไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ เช่น ไลเคน, แบคทีเรียไรโซเบียมในปมรากพืชตระกูลถั่ว, โปรโตซัวในลำไส้ปลวก
3. Commensalism เป็นการอยู่ร่วมกันของสิ่งมีชีวิต 2 ชนิด ที่ฝ่ายหนึ่งได้ประโยชน์ส่วน อีกฝ่ายไม่ได้และไม่เสียประโยชน์ เช่น ชายผ้าสีดากับต้นไม้ใหญ่ กล้วยไม้กับต้นไม้ ปลาฉลามกับเหาฉลาม
4. Predation เป็นความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตที่สิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งเป็นอาหารของสิ่งมีชีวิตอีกชนิดหนึ่ง โดยฝ่ายได้ประโยชน์เรียกว่า ผู้ล่า (Predator) ฝ่ายหนึ่งเสียประโยชน์ว่า เหยื่อ (Prey) เช่น การล่าเหยื่อของสุนัขจิ้งจอก, แมลงกับกบ ,กาบหอยแครงดักจับแมลง,การล่าควายป่าของสิงโต
5. Parasitism เป็นความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตที่สิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งไปอาศัยสิ่งมีชีวิตอีกชนิดหนึ่ง ฝ่ายที่ได้ประโยชน ์เรียกว่า ปรสิต(Parasite) ส่วนสิ่งมีชีวิตที่ถูกอาศัยเรียกว่า ผู้ถูกอาศัย (Host) เช่น กาฝากกับต้นมะม่วง , ต้นฝอยทองกับต้นไม้อื่น, เหาดูดเลือดจากหัวคน , พยาธิต่าง ๆ ที่อาศัยอยู่กับร่างกายคนและสัตว์, ไส้เดือนฝอยในรากไม้
6. Saprophytism เป็นความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตที่ดำรงชีวิตเป็นผู้ย่อยสลาย บนซากสิ่งมีชีวิตให้เน่าเปื่อยผุพัง กลายเป็นแร่ธาตุ ต่าง ๆ ส่วนหนึ่งนำไปใช้ประโยชน์ของผู้ย่อยสลายเอง ส่วนที่เหลือจะสะสมในสิ่งแวดล้อม เช่น แบคทีเรีย เห็ด รา ยีสต์
7. Competition เป็นความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตทั้งสองฝ่ายมีการแข่งขันกัน เนื่องจากต้องการปัจจัยเดียวกัน แต่ปัจจัยนั้นมีจำกัดต้องแข่งขันกัน เพื่อให้ได้ปัจจัยนั้น อาจเกิดในกลุ่มประชากร (Population) หรือกลุ่มสิ่งมีชีวิต (Community) เช่น กวางตัวผู้ต่อสู้เพื่อแย่งกวางตัวเมีย
มาดูตัวอย่างความสัมพันธ์บางชนิดจากภาพและวิดีทัศน์ต่อไปนี้นะคะ
Predation
สิงโตกับควายป่า

Protocooperation เช่น ควายกับนกเอี้ยง
Mutualism เช่น แบคทีเรียกับรากพืชตระกูลถั่ว

Commensalism เช่น ชายผ้าสีดากับต้นไม้ใหญ่

Parasitism เช่น กาฝากกับมะม่วง

1. Protocooperation เป็นการอยู่ร่วมกันของสิ่งมีชีวิต 2 ชนิด ที่ได้ประโยชน์กันทั้งสองฝ่าย แต่ไม่จำเป็นต้องอยู่ร่วมกัน เสมอไป ถึงแม้จะแยกกันอยู่ ก็สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ตามปกติ เช่นแมลงกับดอกไม้ , นกเอี้ยงกับควาย , ปูเสฉวนกับซีแอนนีโมนี, มดดำกับเพลี้ยแป้ง
2. Mutualism เป็นการอยู่ร่วมกันของสิ่งมีชีวิต 2 ชนิด ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้รับประโยชน์ ซึ่งกันและกันและจำเป็นต้องอยู่ด้วยกัน ตลอดไป ถ้าแยกกันอยู่จะไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ เช่น ไลเคน, แบคทีเรียไรโซเบียมในปมรากพืชตระกูลถั่ว, โปรโตซัวในลำไส้ปลวก
3. Commensalism เป็นการอยู่ร่วมกันของสิ่งมีชีวิต 2 ชนิด ที่ฝ่ายหนึ่งได้ประโยชน์ส่วน อีกฝ่ายไม่ได้และไม่เสียประโยชน์ เช่น ชายผ้าสีดากับต้นไม้ใหญ่ กล้วยไม้กับต้นไม้ ปลาฉลามกับเหาฉลาม
4. Predation เป็นความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตที่สิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งเป็นอาหารของสิ่งมีชีวิตอีกชนิดหนึ่ง โดยฝ่ายได้ประโยชน์เรียกว่า ผู้ล่า (Predator) ฝ่ายหนึ่งเสียประโยชน์ว่า เหยื่อ (Prey) เช่น การล่าเหยื่อของสุนัขจิ้งจอก, แมลงกับกบ ,กาบหอยแครงดักจับแมลง,การล่าควายป่าของสิงโต
5. Parasitism เป็นความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตที่สิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งไปอาศัยสิ่งมีชีวิตอีกชนิดหนึ่ง ฝ่ายที่ได้ประโยชน ์เรียกว่า ปรสิต(Parasite) ส่วนสิ่งมีชีวิตที่ถูกอาศัยเรียกว่า ผู้ถูกอาศัย (Host) เช่น กาฝากกับต้นมะม่วง , ต้นฝอยทองกับต้นไม้อื่น, เหาดูดเลือดจากหัวคน , พยาธิต่าง ๆ ที่อาศัยอยู่กับร่างกายคนและสัตว์, ไส้เดือนฝอยในรากไม้
6. Saprophytism เป็นความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตที่ดำรงชีวิตเป็นผู้ย่อยสลาย บนซากสิ่งมีชีวิตให้เน่าเปื่อยผุพัง กลายเป็นแร่ธาตุ ต่าง ๆ ส่วนหนึ่งนำไปใช้ประโยชน์ของผู้ย่อยสลายเอง ส่วนที่เหลือจะสะสมในสิ่งแวดล้อม เช่น แบคทีเรีย เห็ด รา ยีสต์
7. Competition เป็นความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตทั้งสองฝ่ายมีการแข่งขันกัน เนื่องจากต้องการปัจจัยเดียวกัน แต่ปัจจัยนั้นมีจำกัดต้องแข่งขันกัน เพื่อให้ได้ปัจจัยนั้น อาจเกิดในกลุ่มประชากร (Population) หรือกลุ่มสิ่งมีชีวิต (Community) เช่น กวางตัวผู้ต่อสู้เพื่อแย่งกวางตัวเมีย
มาดูตัวอย่างความสัมพันธ์บางชนิดจากภาพและวิดีทัศน์ต่อไปนี้นะคะ
Predation
สิงโตกับควายป่า

Protocooperation เช่น ควายกับนกเอี้ยง

Mutualism เช่น แบคทีเรียกับรากพืชตระกูลถั่ว

Commensalism เช่น ชายผ้าสีดากับต้นไม้ใหญ่

Parasitism เช่น กาฝากกับมะม่วง

Saprophytism เช่น เห็ดกับขอนไม้ผุ
Competition เช่น การต่อสู้ของสัตว์เพศผู้แย่งเพศเมีย
หรือนักเรียนจะศึกษาจากเว็บนี้ก็ได้นะคะhttp://www.northeducation.ac.th/elearning/ed_sc30/chap01/sc1440.html
วันพุธที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2552
ระบบนิเวศ
สวัสดีค่ะนักเรียน
หลังจากที่ห่างหายจากบล็อกไปนาน วันนี้ครูมีเว็บไซต์มาแนะนำนักเรียนเข้าไปศึกษาระบบนิเวศอีกแล้ว เป็นแหล่งเรียนรู้อีกแหล่งหนึ่งที่นักเรียนสามารถศึกษาด้วยตัวเองได้ เนื้อหาก็ง่ายๆ แบบทดสอบก็ง่ายๆ นักเรียนม.ปลาย อาจบอกว่าเป็นการทบทวนความรู้ ม.ต้น มากกว่า (ข้อความเก่าๆ ที่ครูมีให้ไม่รู้ไปดูกันบ้างหรือยัง ไม่มีตอบกลับมาให้รู้บ้างเลย)
ตามไปดูกันเลยนะคะ
http://www.br.ac.th/ben/science/17/index1.html
หลังจากที่ห่างหายจากบล็อกไปนาน วันนี้ครูมีเว็บไซต์มาแนะนำนักเรียนเข้าไปศึกษาระบบนิเวศอีกแล้ว เป็นแหล่งเรียนรู้อีกแหล่งหนึ่งที่นักเรียนสามารถศึกษาด้วยตัวเองได้ เนื้อหาก็ง่ายๆ แบบทดสอบก็ง่ายๆ นักเรียนม.ปลาย อาจบอกว่าเป็นการทบทวนความรู้ ม.ต้น มากกว่า (ข้อความเก่าๆ ที่ครูมีให้ไม่รู้ไปดูกันบ้างหรือยัง ไม่มีตอบกลับมาให้รู้บ้างเลย)
ตามไปดูกันเลยนะคะ
http://www.br.ac.th/ben/science/17/index1.html
วันศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
มาดูวิดีทัศน์เกี่ยวกับไบโอมกันเถอะ
ไบโอมทุนดรา
ไบโอมทะเลทราย
ไบโอมป่าสน
ไบโอมป่าดิบชื้น
ไบโอมทุ่งหญ้า (เขตอบอุ่น/เขตร้อน-สะวันนา)
ไบโอมทะเลทราย
ไบโอมป่าสน
ไบโอมป่าดิบชื้น
ไบโอมทุ่งหญ้า (เขตอบอุ่น/เขตร้อน-สะวันนา)
วันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2552
ชีววิทยา ภาคเรียนที่ 2
ในภาคเรียนที่ 2 นักเรียนม.5 จะเรียนชีววิทยา 4 (ว 40244) ซึ่งหลักสูตรโรงเรียนเราจะเรียน 3 หน่วย ดังนี้
หน่วยที่ 1 เรื่องระบบนิเวศ
หน่วยที่ 2 เรื่องประชากร
หน่วยที่ 3 เรื่องมนุษย์กับความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม
ปิดเทอม ไม่มีอะไรทำ ลองสืบค้นข้อมูลที่เกี่ยวข้องแต่ละหน่วยเก็บไว้บ้างนะคะ
ครูมีตัวอย่างบทเรียนทางไกลเรื่องระบบนิเวศ ใครสนใจลองเปิดดูนะคะ ดูตามลำดับที่ลิงก์มาให้ได้เลยค่ะ
http://www.nrru.ac.th/nrru_learning/4062402/sci04/topic3/tp3.html
http://www.nrru.ac.th/nrru_learning/2500104/soc04/topic4/tp4_1.html
http://www.nrru.ac.th/nrru_learning/2500104/soc04/topic5/tp5.html
http://www.nrru.ac.th/nrru_learning/2500104/soc04/topic6/tp6_1.html
http://www.student.chula.ac.th/~47437349/webpage/index2.htm
หน่วยที่ 1 เรื่องระบบนิเวศ
หน่วยที่ 2 เรื่องประชากร
หน่วยที่ 3 เรื่องมนุษย์กับความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม
ปิดเทอม ไม่มีอะไรทำ ลองสืบค้นข้อมูลที่เกี่ยวข้องแต่ละหน่วยเก็บไว้บ้างนะคะ
ครูมีตัวอย่างบทเรียนทางไกลเรื่องระบบนิเวศ ใครสนใจลองเปิดดูนะคะ ดูตามลำดับที่ลิงก์มาให้ได้เลยค่ะ
http://www.nrru.ac.th/nrru_learning/4062402/sci04/topic3/tp3.html
http://www.nrru.ac.th/nrru_learning/2500104/soc04/topic4/tp4_1.html
http://www.nrru.ac.th/nrru_learning/2500104/soc04/topic5/tp5.html
http://www.nrru.ac.th/nrru_learning/2500104/soc04/topic6/tp6_1.html
http://www.student.chula.ac.th/~47437349/webpage/index2.htm
วันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2552
ชนิดของไบโอม
ไบโอม (Biome) คือลักษณะสภาพภูมิศาสตร์ที่แตกต่างกัน มีลักษณะเฉพาะของตนเองโดยอาศัยลักษณะของพืชหรือสิ่งมีชีวิตชนิดเด่นเป็นหลัก ไบโอมเกิดจากกลุ่มของสิ่งมีชีวิตที่มีประชากรของสิ่งมีชีวิตมากกว่าหนึ่งชนิดมาอยู่รวมกันและมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันในบริเวณใดบริเวณหนึ่งทำให้เกิดเป็นลักษณะเฉพาะของบริเวณนั้น ๆ ซึ่งถ้าแบ่งไบโอมตามโครงสร้างของกลุ่มสิ่งมีชีวิต (Community structure) จะแบ่งได้เป็น 2 ชนิด ได้แก่ ไบโอมบนบก (Terrestrial biome) และ ไบโอมในน้ำ (Aquatic biome) ซึ่งสามารถจำแนกกว้าง ๆ ได้เป็น ไบโอมน้ำจืด (freshwater biome) และไบโอมน้ำเค็ม (marine biome)
ปัจจัยที่เกิดไบโอมชนิดต่างๆ มี 3 ประการคือ
1. การกระจายความร้อนของดวงอาทิตย์และการเกิดฤดูกาลสัมพันธ์ในส่วนต่าง ๆ ของโลก
2. การไหลเวียนของอากาศบนผิวโลก โดยเฉพาะลมมรสุม
3. สภาพทางภูมิศาสตร์ของผิวโลก เช่น ภูเขา
ไบโอมบนบก
สภาพภูมิศาสตร์ตามระดับความสูง มีความคล้ายคลึงกับสภาพภูมิศาสตร์ตามแนวเส้นรุ้ง
เพราะว่าการกำหนดโครงสร้างกลุ่มของพืชจะขึ้นอยู่กับอุณหภูมิและปริมาณน้ำฝน
สิ่งแวดล้อมเป็นตัวกำหนดลักษณะการกระจายของพืชพรรณ ผลของการผันแปรดินฟ้าอากาศในมาตราของพื้นที่ ทำให้สามารถแบ่งไบโอมบนบกเป็น 8 ชนิด ได้แก่
1. ป่าไม้เขตร้อน (Tropical rain forest)
2. ป่าผลัดใบเขตอบอุ่น (Temperate Deciduous forest)
3. ทุ่งหญ้าเขตอบอุ่น (Temperate grassland)
4. ชาพาร์ราล (Chaparral )
5. ทุ่งหญ้าเขตร้อน (Tropical Savanna)
6. ทะเลทราย (Desert)
7. ป่าสน (Coniferous forest)
8. ทุนดรา (Tundra)
นักเรียนสามารถสืบค้นไบโอมบนบกได้จากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ เช่นตัวอย่างที่จะให้ต่อไปนี้นะคะ
ไบโอมป่าสน
http://kroo.ipst.ac.th/biology/main.php?url=article_view&article_id=66
ถ้าภาษาอังกฤษไม่เป็นอุปสรรคในการเรียนรู้ก็นี่เลย....
http://www.blueplanetbiomes.org/world_biomes.htm
ปัจจัยที่เกิดไบโอมชนิดต่างๆ มี 3 ประการคือ
1. การกระจายความร้อนของดวงอาทิตย์และการเกิดฤดูกาลสัมพันธ์ในส่วนต่าง ๆ ของโลก
2. การไหลเวียนของอากาศบนผิวโลก โดยเฉพาะลมมรสุม
3. สภาพทางภูมิศาสตร์ของผิวโลก เช่น ภูเขา
ไบโอมบนบก
สภาพภูมิศาสตร์ตามระดับความสูง มีความคล้ายคลึงกับสภาพภูมิศาสตร์ตามแนวเส้นรุ้ง
เพราะว่าการกำหนดโครงสร้างกลุ่มของพืชจะขึ้นอยู่กับอุณหภูมิและปริมาณน้ำฝน
สิ่งแวดล้อมเป็นตัวกำหนดลักษณะการกระจายของพืชพรรณ ผลของการผันแปรดินฟ้าอากาศในมาตราของพื้นที่ ทำให้สามารถแบ่งไบโอมบนบกเป็น 8 ชนิด ได้แก่
1. ป่าไม้เขตร้อน (Tropical rain forest)
2. ป่าผลัดใบเขตอบอุ่น (Temperate Deciduous forest)
3. ทุ่งหญ้าเขตอบอุ่น (Temperate grassland)
4. ชาพาร์ราล (Chaparral )
5. ทุ่งหญ้าเขตร้อน (Tropical Savanna)
6. ทะเลทราย (Desert)
7. ป่าสน (Coniferous forest)
8. ทุนดรา (Tundra)
นักเรียนสามารถสืบค้นไบโอมบนบกได้จากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ เช่นตัวอย่างที่จะให้ต่อไปนี้นะคะ
ไบโอมป่าสน
http://kroo.ipst.ac.th/biology/main.php?url=article_view&article_id=66
ถ้าภาษาอังกฤษไม่เป็นอุปสรรคในการเรียนรู้ก็นี่เลย....
http://www.blueplanetbiomes.org/world_biomes.htm
วันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2552
ปิดเทอม...ลองทำข้อสอบ bio กันไหม
วันนี้เอาเว็บข้อสอบเก่าๆ มาฝาก
ให้นักเรียนลองทำดูช่วงปิดเทอม
ขยันๆกันหน่อยนะคะ
http://202.44.68.33/library/exam/intro/biology.htm
ให้นักเรียนลองทำดูช่วงปิดเทอม
ขยันๆกันหน่อยนะคะ
http://202.44.68.33/library/exam/intro/biology.htm
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)